on เมษายน 21, 2015 by เกษตรกรรม in ข่าวการเกษตร, ไม่ให้ใส่ความเห็น

ไทยพัฒนาสมุนไพรสู่ตลาด AEC

นายโอฬาร พิทักษ์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า จากรายงานข้อมูลการผลิตพืชสมุนไพรทั่วประเทศของปี 2557 พบว่ามีพื้นที่ปลูกเพื่อการค้า 34,936 ไร่ มีผลผลิต 295,304 ตัน ซึ่งเมื่อเทียบกับปี 2556 พบว่าพื้นที่ปลูกมีแนวโน้มลดลงถึงร้อยละ 18เนื่องจากเกษตรกรมีทางเลือกในการผลิตพืชอื่น ๆ และการขาดความชัดเจนเรื่องตลาดสมุนไพร อย่างไรก็ตามจากการสำรวจมูลค่าการใช้ยาสมุนไพรไทยในโรงพยาบาล มีมูลค่าการใช้ราว ปีละ 14,000 ล้านบาท โดยมีความนิยมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ประกอบกับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) และข้อตกลงการค้าแบบทวิภาคี ซึ่งประเทศไทยมีข้อได้เปรียบด้านประสบการณ์การศึกษาวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี เภสัชอุตสาหกรรม และการตลาดดังนั้น การแพทย์แผนไทยและสมุนไพรไทยจึงเป็นโอกาสและความท้าทายที่สำคัญในการให้บริการสาธารณสุขในอนาคต โดยเฉพาะการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย และผู้บริโภคมีความใส่ใจเรื่องสุขภาพมากขึ้นซึ่งในภาคการผลิตวัตถุดิบสมุนไพรที่เป็นต้นน้ำหรือแหล่งปลูกของไทยนั้น จำเป็นต้องเร่งเพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถของเกษตรกร ทั้งด้านคุณภาพ ต้นทุน และแรงงาน เพื่อแข่งขันกับวัตถุดิบราคาถูกจากประเทศสมาชิก CLMV (กัมพูชา ลาว เมียนมาร์ และเวียดนาม) อีกทั้งผลิตภัณฑ์สมุนไพรหลายประเภทยังมีปัญหาหลายด้าน เช่น กฎหมาย งานวิจัยรองรับ ความเชื่อมั่นของผู้บริโภค เป็นต้นส่งผลให้ไม่มีความแน่นอนในการตลาด ทั้งที่มีพืชสมุนไพรที่เป็นที่ต้องการจำนวนนับร้อยชนิด แต่ยังขาดการวิเคราะห์ข้อมูลที่ชัดเจน โดยเฉพาะข้อมูลด้านอุปสงค์และอุปทานของพืชแต่ละชนิดเพื่อใช้ในการส่งเสริม ทำให้เกษตรกรไม่มีความชัดเจนในการผลิต รวมทั้งเกษตรกรส่วนใหญ่ขาดความรู้และทักษะในกระบวนการผลิตที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน และขาดการจัดการการตลาดวัตถุดิบร่วมกันระหว่าง เกษตรกร ภาครัฐ และผู้ประกอบการ ทางด้านนางอรสา ดิสถาพร ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและจัดการสินค้าเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กลุ่มส่งเสริมพืชสมุนไพรและเครื่องเทศ ได้วางแนวทางพัฒนาการผลิตพืชสมุนไพร เพื่อเตรียมรองรับสถานการณ์และแก้ปัญหาดังกล่าว คือ1. ส่งเสริมการผลิตแบบอินทรีย์และได้การรับรองมาตรฐาน ซึ่งเป็นแนวทางหนึ่งที่เกษตรกรต้องปรับเปลี่ยนเพื่อให้ได้วัตถุดิบที่ดีนำไปสู่ผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่น่าที่เชื่อถือ สามารถเข้าสู่ตลาดสุขภาพได้กว้างขวางขึ้น และสู่สากลได้ 2.จัดทำแผนงาน/โครงการต้นแบบบูรณาการตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ โดยมีความร่วมมือกับผู้ประกอบการ/ผู้ซื้อวัตถุดิบ เพื่อทำให้เกิดผลเป็นรูปธรรม 3.พัฒนาศักยภาพและเพิ่มขีดความสามารถของวิสาหกิจชุมชนสมุนไพร หาทางเชื่อมโยงกับเครือข่ายตลาดใหม่ ๆ เช่น ร้านสุขภาพ ร้านแนว Modern trade 4. จัดทำระบบฐานข้อมูลและคลังความรู้ด้านการผลิต กลุ่มผู้ผลิต ข้อมูลวัตถุดิบสมุนไพร และผู้ค้า และ 5. อนุรักษ์และขยายพันธุ์สมุนไพรที่จำเป็น เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้และกระจายพันธุ์โดยในเบื้องต้นได้มอบหมายให้สำนักส่งเสริมและจัดการสินค้าเกษตรโดยดำเนินงานร่วมกับศูนย์ปฏิบัติการ 3 ศูนย์ ได้แก่ ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดเชียงราย ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดเลย และศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดสุราษฎร์ธานีจัดทำแปลงแปลงรวบรวมพันธุ์สมุนไพรเศรษฐกิจหายาก/ขาดแคลน ภายใต้โครงการพัฒนาคุณภาพสินค้าเกษตรสู่มาตรฐาน (พืชผักและสมุนไพร).

ไม่มีความเห็น

Comments are disabled.