on ตุลาคม 10, 2013 by Kaka in รวมเรื่องพืชเศรษฐกิจของประเทศไทย, ไม่ให้ใส่ความเห็น

พืชเศรษฐกิจ การปลูกสาลี่สร้างรายได้เสริม

 

พืชเศรษฐกิจ  การปลูกสาลี่สร้างรายได้เสริม

พืชเศรษฐกิจ  การปลูกสาลี่สร้างรายได้เสริม

 

สาลี่

สาลี่ที่ปลูกในประเทศไทยในปัจจุบันนั้นเป็นสาลี่เอเซียที่เรียกว่า  สาลี่จีน  หรือสาลี่ญี่ปุ่น  มีปลูกในพื้นที่ที่อยู่บนที่สูง  หรือบนภูเขาทางภาคเหนือของไทยสาลี่เป็นไม้ผลเขตหนาวอีกชนิดที่คนไทยชอบบริโภค  ดังจะเห็นว่ามีการนำเข้าจากประเทศจีน  และญี่ปุ่นเป็นจำนวนมากในแต่ละปี

สภาพดินฟ้าอากาศที่เหมาะสม

สาลี่ต้องการอุณหภูมิต่ำประมาณ  7.2  องศาเซลเซียส  จำนวน  100  –  800  ชั่วโมง ทั้งที่ขึ้นกับชนิดของพันธุ์  แต่ในประเทศไทยสามารถปลูกพันธุ์ที่ต้องการอุณหภูมิต่ำ  จำนวน  100  –  300  ชั่วโมง  โดยพื้นที่ปลูกที่เหมาะสมควรมีความสูงตั้งแต่  700  เมตรขึ้นไป

สภาพที่ดินที่เหมาะสม

สาลี่ชอบดินที่มีอินทรีย์วัตถุสูง  หน้าดินลึก  มีความเป็นกรด – ด่าง  ประมาณ  5.5  –  6.5

พันธุ์ปลูกที่เหมาะสม

1. พันธุ์โยโกยาม่าวาเซ่  เป็นพันธุ์เก่าดั้งเดิมที่มีการปลูกมากที่สุดในปัจจุบัน  มีการเจริญเติบโตดี  ให้ผลผลิตสูงแต่มีคุณภาพค่อนข้างต่ำ

2. พันธุ์เซียวสุ่ย  เป็นพันธุ์ที่มีการเจริญเติบโตและให้ผลผลิตได้ดีและมีคุณภาพดีกว่าพันธุ์โยโกยาม่าวาเซ่  ปัจจุบันจึงแนะนำส่งเสริมให้มีการปลูกสาลี่พันธุ์เซียวสุ่ยทดแทนพันธุ์โยโกยาม่าวาเซ่

3.พันธุ์เอสเฮช  078  เป็นพันธุ์ที่ได้จากไต้หวันมีคุณภาพดี

4.พันธุ์เอสเฮช  085  เป็นพันธุ์ที่ได้จากไต้หวันมีคุณภาพดี

การปลูกและดูแลรักษา

ระยะปลูก  8X8  หรือ  10X10  เมตร

การเตรียมหลุมปลูก

ขุดหลุมปลูกให้มีขนาด  กว้าง  x  ยาว  x  ลึก  ประมาณ  70  เซนติเมตร  ถึง  1 เมตร  ตากแดด  1  สัปดาห์  รองก้นหลุมด้วยหินฟอสเฟต   (0-3-0)  จำนวน  100 –  200  กรัม  (1  –  2  ขีด)  ต่อหลุม  และปุ๋ยคอก  (ปุ๋ยมูลสัตว์ต่างๆ)  หรือปุ๋ยหมัก  จำนวน  5 – 10  กิโลกรัมต่อหลุม  ผสมคลุกเคล้ากับดินชั้นบนแล้วใส่ลงไปในหลุมให้พูนเหนือระดับเดิม  10  -15  เซนติเมตร

การปลูกคู่ผสม

สาลี่เป็นพืชที่ต้องการผสมข้ามพันธุ์ในการติดผล  ถึงแม้บางพันธุ์สามารถติดผลได้เอง  แต่ถ้ามีการผสมข้ามพันธุ์จะทำให้มีการติดผลเพิ่มขึ้น  การผสมข้ามพันธุ์สามารถทำได้โดยการปลูกสาลี่อย่างน้อย  2  พันธุ์สลับต้นหรือการปลูกสาลี่พันธุ์ที่ต้องการใช้เป็นคู่ผสมในอัตราส่วนสาลี่พันธุ์ดี  :  พันธุ์ให้เกสรตัวผู้  อัตรา  8 :  1ช่วงเวลาปลูกที่เหมาะสม

1.  ช่วงฤดูฝน  (พฤษภาคม  –  สิงหาคม)  เหมาะสำหรับพื้นที่ไม่มีแหล่งน้ำ

2.  ช่วงฤดูแล้งหรือฤดูการพักตัว  (พฤศจิกายน  –  มกราคม)  สำหรับพื้นที่ที่มีแหล่งน้ำ

การใส่ปุ๋ย

ในช่วง  1 – 4  ปีแรก  การใส๋ปุ๋ยยูเรีย  (46-0-0)  ร่วมกับปุ๋ย  15-15-15  โดยแบ่งใส่  2 – 3   ครั้ง  อัตรา  100  กรัมต่อต้น  ในช่วงฤดูฝน  (อัตราเพิ่มขึ้นปีละ  1  เท่าของปีก่อน)  หลังจากมีการให้ผลผลิตแล้ว  ในช่วงเดือนพฤษภาคม  –  มิถุนายน  ใส่ปุ๋ย  15-15-15  อัตรา  1,  2,  3  กิโลกรัมในปีที่  5 – 7  ในเดือนสิงหาคม  –  กันยายน  ใส่ปุ๋ย  12-24-12  อัตรา  1,  2, 3  (อัตราเพิ่มขึ้นปีละ  1  กิโลกรัม)  ในปีที่  5 – 7  สำหรับปุ๋ยอินทรีย์  ได้แก่  ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก  ใส่ปีละ  1  ครั้ง  ในช่วงต้นฤดูฝน  (พฤษภาคม  –  มิถุนายน)  อัตรา  5 – 10  กิโลกรัม  และเพิ่มขึ้นตามขนาดของทรงพุ่ม

การให้น้ำ

สาลี่เป็นไม้ผลเขตหนาวที่ต้องการน้ำมาก  โดยเฉพาะในช่วงหลังจากปลูกจนมีอายุ  1  ปี  และในช่วงฤดูแล้งหลังจากมีการออกดอกควรมีการให้น้ำ  1 – 2  ครั้งต่อสัปดาห์

การกำจัดวัชพืช

ควรกำจัดวัชพืชบริเวณชายพุ่ม  สำหรับบริเวณระหว่างต้นหรือแถวให้ตัดหญ้าหรือวัชพืชให้สั้นเพื่อไม่ให้เป็นที่อยู่อาศัยของโรคและแมลง

การจัดทรงพุ่มและการตัดแต่งกิ่ง

การจัดทรงพุ่มสาลี่นั้นสามารถตัดแต่งกิ่งจัดทรงพุ่มแบบปิรามิด  ปิรามิดดัดแปลงหรือเปิดกลาง  ขึ้นกับสภาพพื้นที่และการจัดการดูแลรักษา  สำหรับพื้นที่ที่มีความลาดชัน  การจัดทรงพุ่มแบบเปิดกลางเพราะสามารถจัดการดูแลรักษาต่างๆ  ได้สะดวกสำหรับพื้นที่ราบสามารถจัดทรงพุ่มได้ทั้ง  3  รูปแบบ

การโน้มกิ่ง

สาลี่เป็นไม้ผลที่มีการออกดอกติดผลที่กิ่งสั้นมีข้อถี่  มีอายุ  2  ปี  ซึ่งการเกิดกิ่งตาดอกนี้จะเกิดขึ้นมากเมื่อมีการโน้มกิ่งให้ขนานกับพื้นที่  ดังนั้นควรมีการโน้มกิ่งหลักหรือกิ่งข้างให้ขนานกับพื้นดินเมื่อสาลี่มีอายุตั้งแต่  2 – 3 ปีขึ้นไป

การปลิดผล

สาลี่จะออกดอกและติดผลเป็นช่อซึ่งจะมีจำนวนดอกหรือผล  7 – 8  ดอก  หรือผลต่อช่อ  ซึ่งมีจำนวนมากเกินไป  ดังนั้นจึงควรมีการปลิดผลให้เหลือจำนวน  2 – 3  ผลต่อช่อ  จะทำให้ผลมีขนาดใหญ่และคุณภาพดี

การห่อผล

หลังจากปลิดผลแล้วต้องมีการห่อผลด้วยกระดาษทึบแสง  เช่น   กระดาษหนังสือพิมพ์  กระดาษถุงปูน  เพื่อให้ผลมีผิวและสีสวย  นอกจากนี้ยังสามารถป้องกันการทำลายผลโดยแมลงต่าง  ๆ

การเก็บเกี่ยว

สาลี่ที่ปลูกในประเทศไทย  สามารถเก็บเกี่ยวผลได้ในเดือนกรกฏาคม  –  สิงหาคม  โดยพิจารณาจากสีผิวจะเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีเขียวอ่อน  เหลือง  หรือ  น้ำตาล   ตามชนิดของพืชนอกจากนั้นสามารถพิจารณาจากผิวผล  โดยผิวผลสาลี่ที่แก่เต็มที่จะมีผิวเรียบมันไม่ขรุขระ  วิธีการเก็บเกี่ยวโดยการใช้กรรไกรตัดที่ก้านผล

โรคและแมลง

โรคที่สำคัญ  ได้แก่  โรคใบจุด  ราสนิม  ราแป้ง  และโรคผลเน่า

แมลงที่สำคัญ  ได้แก่  เพลี้ยอ่อน  เพลี้ยหอย  หนอนเจาะลำต้น  และหนอนเจาะผล

Tags: , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , , ,

ไม่มีความเห็น

Comments are disabled.