on เมษายน 16, 2015 by เกษตรกรรม in ข่าวการเกษตร, ไม่ให้ใส่ความเห็น

บ้านโคกอิฐ–โคกใน ประสบความสำเร็จ

บ้านโคกอิฐ–โคกใน ประสบความสำเร็จ แกล้งดิน แล้วปลูกข้าว ที่แปลงนาของเกษตรกรบ้านโคกอิฐ–โคกใน เขตพื้นที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลุ่มน้ำโก-ลกอันเนื่องมาจากพระราชดำริตำบลพร่อน อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส วันนี้เหลืองอร่ามไปด้วยรวงข้าวสีทองสดสวย อันแสดงถึงว่า ข้าวที่ปลูกนั้นมีความสมบูรณ์อย่างเต็มที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลุ่มน้ำโก-ลกอันเนื่องมาจากพระราชดำริแห่งนี้ก่อเกิดขึ้นจากพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเมื่อปี 2517 เพื่อช่วยบรรเทาอุทกภัยให้กับพื้นที่เพาะปลูกในเขตอำเภอสุไหงโก-ลก อำเภอตากใบ และป้องกันน้ำเค็มในช่วงฤดูแล้งสำหรับพื้นที่แปลงนาบ้านโคกอิฐ–โคกในเขตพื้นที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลุ่มน้ำโก-ลกฯปัจจุบันเป็นแปลงนาข้าวที่ได้รับประโยชน์จากโครงการฯ และเป็นต้นแบบของการพัฒนาดินเปรี้ยว หรือที่เรียกว่า แกล้งดินที่ได้รับการถ่ายทอดความรู้จากศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ มาดำเนินการทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานพระราชดำริให้ส่งน้ำจากคลองมูโนะให้กับพื้นที่เกษตรกรรมบ้านโคกกระท่อม บ้านโคกอิฐ-โคกใน และบ้านโคกชุมบก เพื่อใช้น้ำล้างดินเปรี้ยวและพัฒนาการปลูกข้าว โดยให้ศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เข้ามาช่วยเหลือราษฎรในการปรับปรุงดินเปรี้ยว โดยเฉพาะที่บ้านโคกอิฐ-โคกในให้สามารถปลูกข้าวได้เนื่องจากพื้นที่แห่งนี้มีลักษณะภูมิประเทศเป็นที่ราบลุ่ม และที่ดอนเป็นที่ตั้งชุมชนลักษณะดินมี 2 ประเภท คือ ดินบนพื้นที่ดอนจะเป็นทรายจัด มีชั้นดานอินทรีย์แทรกอยู่ส่วนบริเวณที่ลุ่มเป็นดินเปรี้ยวจัด มีปัญหาในการใช้ประโยชน์ทางการเกษตร เพราะดินเปรี้ยวไม่สามารถใช้ประโยชน์ทาง การเกษตรได้จึงทำให้พื้นที่กว่า 6,915 ไร่ ถูกทิ้งร้างว่างเปล่า ภายหลังจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดำเนินการด้วยการน้อมนำพระราชดำริมาปฏิบัติใช้ ยังผลให้ราษฎรในพื้นที่สามารถนำที่ดินทั้งที่เป็นที่ราบลุ่มและที่ดอนมาทำการเพาะปลูกได้ และให้ผลผลิตเป็นอย่างดีอีกด้วยล่าสุดนายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี พร้อมด้วยหม่อมหลวง จิรพันธุ์ ทวีวงศ์ เลขาธิ การคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (สำนัก งานกปร.)นายเฉลิมเกียรติ แสนวิเศษ นายกิจจา ผลภาษี นายปกรณ์สัตยวณิช และนางสาวศรีนิตย์ บุญทองที่ปรึกษาสำนัก งานกปร.นายชูชาติ ฉุยกรม ที่ปรึกษาโครงการพัฒนาตามแนวพระราชดำริ สำนักราชเลขาธิการ นายเทอดศักดิ์ บุณยขจร ผู้เชี่ยวชาญด้านแหล่งน้ำ มูลนิธิชัยพัฒนา นายทวีเต็มญารศิลป์ ผู้ช่วยอธิบดีกรมชลประทาน และเจ้าหน้าท่ีจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เดินทางลงพื้นที่เพื่อตรวจเยี่ยมการดำเนินการของโครงการพบว่าการดำเนินงานเพื่อสนองพระราชดำริในการพัฒนาพื้นที่แห่งนี้นั้นประสบความสำเร็จเป็นอย่างดียิ่ง ราษฎรสามารถปลูกข้าวได้ผลผลิตสูงถึง 41-50 ถังต่อไร่ และสามารถปลูกพืชผักได้อีกหลากหลายชนิด นอกจากนี้ยังมีการรวมกลุ่มในการผลิตข้าวซ้อมมือ ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ต้องการของตลาดสร้างรายได้ให้กับราษฎรเฉลี่ยครัวเรือนละ 43,174 บาทต่อปีการนี้ นายพลากร องคมนตรี ได้มอบปัจจัยการผลิตเมล็ดพันธุ์พืชให้กับตัวแทนกลุ่มเกษตรกร พร้อมกับได้ร่วมเกี่ยวข้าวพันธุ์หอมกระดังงาในแปลงนาร่วมกับเกษตรกรเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับราษฎรที่ได้ร่วมกันพัฒนาพื้นที่แห่งนี้ให้เกิดประโยชน์อีกครั้งหนึ่ง สมดังพระราชประสงค์ของพระองค์ท่าน.

ไม่มีความเห็น

Comments are disabled.