on เมษายน 15, 2015 by เกษตรกรรม in ข่าวการเกษตร, ไม่ให้ใส่ความเห็น

ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจราษฎร จังหวัดนราธิวาส

 นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี เปิดเผยในระหว่างการเดินทางเข้าตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจแก่เกษตรกร เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ จ.นราธิวาส เมื่อวันก่อนว่า ที่เดินทางมาครั้งนี้มีคณะจากส่วนงานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนา โดยเฉพาะงานในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ลงพื้นที่เพื่อเยี่ยมเยียนและเป็นขวัญกำลังใจแก่ราษฎรและเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่สำหรับโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริหลาย ๆ โครงการในพื้นที่นั้น ส่วนใหญ่ เป็นโครงการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานพระราชดำริไว้ร่วม 30 กว่าปีแล้ว เช่น การพัฒนาลุ่มน้ำบางนราให้เป็นประโยชน์ เกื้อกูลต่อพื้นที่ ซึ่งเดิมเป็นพื้นที่ที่น้ำท่วมขัง มีสภาพดินเปรี้ยว ดินเค็ม พี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ก็ไม่สามารถที่จะเพาะปลูกได้ หลังจากที่ได้พระราชทานแนวพระราชดำริไว้ให้มีการปรับปรุงลุ่มน้ำบางนรา ก็ทำให้เกิดการพลิกฟื้นผืนดินผืนนี้ให้ดินมีคุณภาพดีขึ้น มีระบบน้ำจืดที่เกื้อกูลต่อการเพาะปลูกของพี่น้องประชาชน เกษตรกร ทุกหมู่เหล่าอย่างเกษตรกร ซึ่งเป็นสมาชิกของโครงการขยายผลจากศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองฯ  พี่น้องเกษตรกรได้มีการรวมกลุ่มกัน ถ่ายทอดภูมิปัญญา ถ่ายทอดวิชาความรู้เรื่องการเพาะปลูก  เน้นการปลูกผัก นำออกจำหน่ายสู่ตลาดในจ.นราธิวาส จังหวัดเดียวก็ผลิตกันแทบไม่ทันผลผลิตไม่พอขาย ทำให้พี่น้องเกษตรกร ซึ่งเดิมอาศัยการปลูกพืชเชิงเดี่ยว ปลูกยางพารา ปลูกปาล์มน้ำมัน เมื่อราคาในตลาดของผลผลิตพืชเกษตรเหล่านี้ตกลงก็ทำให้เขาเกิดการขาดทุน ขาดเงินทุนหมุนเวียน ขาดรายได้ประจำวัน ประจำเดือน แต่เมื่อได้รับน้ำจากโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริมาทำการปลูกผัก ก็ทำให้พืชผักเจริญเติบโต สามารถตัดขายได้ทุกวัน ตลอดปี เกษตรกรก็มีรายได้ดีขึ้น มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น จากนั้นพี่น้องเกษตรกรรายอื่น ๆ ในพื้นที่ใกล้เคียงก็ให้ความสนใจมารับการถ่ายทอดวิชาความรู้ แล้วก็นำไปปลูกในพื้นที่ของตัวเอง หรือมาร่วมกันทำในพื้นที่ใกล้เคียงกัน ก็มี  ด้วย ทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้น ซึ่งราษฎรเหล่านี้ทางศูนย์ศึกษาการพัฒนาพิกุลทองอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จะส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาดูแลคอยให้คำแนะนำในการทำการผลิตอย่างต่อเนื่อง “คิดว่าการที่ได้มีโอกาสมาเยี่ยมชม มารับรู้ถึงโครงการอันเกิดขึ้นจากแนวพระราชดำริ หลายสิบปีที่ผ่านมา บางคนก็ลืม ๆ ไปแล้ว  เพราะคนรุ่นใหม่ ๆ บางครั้งก็ไม่ได้รับรู้ รับทราบอะไร  แต่การที่มาเยี่ยมมาชมก็เป็นการทำให้ได้ตระหนักรู้ถึงพระมหากรุณาธิคุณ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานไว้ตั้งแต่ช่วงต้น ๆ ที่เสด็จแปรพระราชฐาน มาพักแรม ณ พระตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ในจังหวัดนราธิวาสแห่งนี้ ช่วงนั้นได้ทราบว่าเสด็จออกเยี่ยมราษฎรทุกวัน แต่ละวันได้ทรงรับทราบปัญหาจากราษฎรโดยตรง แล้วการแก้ไขปัญหาก็จะทรงรับฟังแนวคิด ข้อแนะนำจากชาวบ้าน จากคนเฒ่าคนแก่ จากพระสงฆ์ จากอิหม่าม จากโต๊ะครู ในพื้นที่ว่า จริง ๆ แล้วปัญหาตรงนี้เป็นอย่างไร ดินเป็นอย่างไร น้ำมาทางไหน  ฤดูกาลไหนน้ำท่วม ฤดูกาลไหนน้ำแล้ง จากนั้นก็จะมาประมวลกับหลักวิชาการเบื้องต้นง่าย ๆ ก็จะพระราชทานพระราชดำริไปให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องนำไปแก้ไขปัญหา ซึ่งเราเรียกแนวคิดในการที่ทรงงานเหล่านี้ว่าได้ทรงให้ความสำคัญกับระบบภูมิสังคมนั่นเอง” นายพลากร กล่าว  องคมนตรียังกล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า จากการเดินทางเข้าพื้นที่ครั้งนี้พบว่า สภาพความเป็นอยู่ของราษฎรนับว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปสู่หนทางที่ดีขึ้น แม้จะมีเหตุการณ์บ้านเมืองไม่ค่อยปกตินัก แต่ชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้าน ถือว่าดีขึ้น มีปัจจัยการผลิต ที่สำคัญคือน้ำกับดิน ที่ได้มีการพัฒนาจากพื้นที่ดินไม่ดี น้ำไม่ดี  วันนี้ได้มีการปรับสภาพจากดินเปรี้ยว  ดินเค็ม ตลอดจนมีน้ำจืดที่สามารถนำไปทำนาได้ บางพื้นที่สามารถเป็นแหล่งผลิตข้าวที่สำคัญ เช่น พรุแฆแฆ ที่ ต.บางเก่า อ.สายบุรี จ.ปัตตานี เป็นต้น ซึ่งการเดินทางมาคราวหน้าผมก็จะพาคณะไปเยี่ยมชมตรงนี้ แล้วจะไปสอบถามว่าเราจะมีการขยายผลไปยังตำบลใกล้เคียงได้หรือไม่ เพราะคลองพรุ พรุแฆแฆ จ.ปัตตานี ยาวไปถึง 2 อำเภอด้วยกัน คือ อ.สายบุรี และ อ.ปะนาเระ จ.นราธิวาส ซึ่งมีอีกหลายโครงการที่จะหาโอกาสเข้าไปเยี่ยม โดยเฉพาะการเป็นขวัญกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ทุกฝ่าย โดยเฉพาะส่วนราชการที่มีหน้าที่ดูแลบำรุงรักษาโครงการเหล่านี้จะได้มีกำลังใจ แล้วก็เพิ่มความมั่นใจว่าทุกคนได้ร่วมดำเนินรอยตามเบื้องพระยุคลบาทในการที่จะดูแลพี่น้องประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของเราให้ได้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น บ้านเมืองจะได้มีความมั่นคงอย่างแท้จริง.

ไม่มีความเห็น

Comments are disabled.